ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพชำรุดส่งผลเสียอย่างไรได้บ้าง ?

ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพ นับเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของรถยนต์สุดรักสุดหวง ฉะนั้น หากช่วงล่าง หรือโช๊คอัพเกิดชำรุดขึ้นมา โดยที่คุณไม่ทันตั้งตัว หรือไม่รู้มาก่อน นั่นอาจทำให้รถยนต์ของคุณไม่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์อีกต่อไป ซึ่งผลเสียที่ตามมาจากการที่ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพชำรุด มีดังต่อไปนี้ 

ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพชำรุดส่งผลเสียอย่างไรได้บ้าง ? 

ผลเสียที่มาจากการที่ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพชำรุด มีทั้งหมด 6 ข้อ ดังต่อไปนี้ 

  • ผลเสียที่ตามมาจากการที่ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพชำรุด คือ ทำให้รถเสียการทรงตัว ควบคุมการขับได้ไม่ดี เพราะสปริงและระบบรองรับน้ำหนักของรถยนต์จะเต้นจนลอยจากพื้นถนน และหากเกิดในขณะที่ขับรถเข้าโค้งจะเสียสมดุลในการทรงตัวของรถทั้งคันเสียไปจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้ 
  • ผลเสียที่ตามมาจากการที่ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพชำรุด คือ เมื่อรถตกหลุม สปริงจะมีการยุบและยืดตัวอย่างเต็มที่จนสุดระยะยุบ เป็นผลให้เกิดการกระแทกของชิ้นส่วนของรถ 
  • ผลเสียที่ตามมาจากการที่ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพชำรุด คือ ยางสึกผิดปกติ การชำรุดของโช๊คอัพจะส่งผลต่อการสึกของยางเพิ่มขึ้น โดยยางจะมีลักษณะการสึกเป็นหลุม ลึกเป็นช่วงๆ ยางรถยนต์จะสัมผัสกับถนนไม่เต็มหน้า 
  • ผลเสียที่ตามมาจากการที่ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพชำรุด คือ ระยะเบรกเพิ่มขึ้น การขับขี่รถยนต์ที่มีการชำรุดของโช๊คอัพ 50% ส่งผลต่อระยะเบรกที่เพิ่มขึ้น 2.6 เมตร ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ 
  • ผลเสียที่ตามมาจากการที่ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพชำรุด คือ มีโอกาสเกิดอาการเหินน้ำ (Hydroplane) ในขณะที่วิ่งบนถนนที่มีน้ำหรือในขณะฝนตก 
  • ผลเสียที่ตามมาจากการที่ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพชำรุด คือ เสี่ยงต่ออุบัติเหตุในเวลากลางคืน การชำรุดของโช๊คอัพทำให้รถโคลงตัว ทำให้ไฟหน้าของรถยนต์ส่องไม่คงที่ ส่งผลให้ผู้ที่ขับรถสวนมา อาจตาพร่ามัว และทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในที่สุด 

และนี่คือ 6 ผลเสียที่มาจากการที่ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพชำรุดที่เรานำมาฝากกันในบทความนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลที่เรานำมาฝากนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งคุณและตัวรถของคุณไม่มากก็น้อยนะ และถ้าหากว่าสนใจหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงล่าง หรือโช๊คอัพเราขอแนะนำให้ไปดูเว็บไซต์ http://www.jeksuspension.com/จำหน่าย-โช๊คอัพ เพราะทาง jek suspension ได้รวบรวมข้อมูลที่สำคัญไว้หมดแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นยังมีจำหน่ายช่วงล่างอีกด้วย ครบวงจรเลยทีเดียว

คนวัยใดบ้างที่ควรใช้รถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อ?

คุณอาจไม่เคยสังเกต แต่คุณรู้หรือไม่ว่า รถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อนั้น ต่างจากรถมอเตอร์ไซค์แบบปกติ ไม่ใช่ในเรื่องของล้อ แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่แตกต่างไปจากรถมอเตอร์ไซค์แบบปกติอีกด้วย 

รถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อ เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกออกแบบมากเพื่อรองรับในด้านต่างๆ ที่มอเตอร์ไซค์แบบปกติไม่สามารถให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความปลอดภัย รวมไปถึงรูปลักษณ์ภายนอก รถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อ ก็ให้ความแตกต่างจากรถมอเตอร์ไซค์แบบปกติ 

ซึ่งแน่นอนว่า การที่รถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อ ถูกออกแบบมาให้แตกต่างจาก รถมอเตอร์ไซค์แบบปกตินั้น ย่อมมีเหตุผลอย่างแน่นอน ซึ่งหนึ่งในนั้น ก็อาจเป็นเรื่องของการออกแบบมาเพื่อรองรับ กับช่วงวัยของผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ เพราะในบางช่วงวัย อาจไม่เหมาะกับการขับรถมอเตอร์ไซค์สองล้อ ที่ทรงตัวยาก และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุสูง 

แล้วใครกันบ้างล่ะ ที่เหมาะกับกับการใช้รถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อ? 

เรามาดูกันดีกว่าว่า มีวัยไหนกันบ้างนะ ที่ควรใช้รถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อมากที่สุด 

  • วัยสูงอายุ 

สำหรับวัยแรกที่เหมาะสมกับการใช้รถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อมากที่สุด นั่นก็คือ วัยสูงอายุ เหตุผลก็เพราะว่า ผู้สูงอายุหลายๆคนนั้น อาจมีปัญหาในด้านของร่างกาย ที่อาจอ่อนแอลง ทำให้การขับรถมอเตอร์ไซค์แบบปกติทั่วไปนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก นอกจากนี้ยังมีปัญหาจากเรื่องของสายตา และการมองเห็น จึงทำให้การขับรถมอเตอร์ไซค์แบบปกตินั้น ยิ่งยากขึ้นไปอีกขั้น  

ดังนั้นการขับรถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อ จึงเป็นอะไรที่สะดวกสบายกับคนวัยสูงอายุมากกว่า เพราะรถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อนั้น จะช่วยในเรื่องของการทรงตัว ไม่ต้องคอยพยุงรถ เพราะมีล้อมาให้สมดุล ทำให้คนขับ ไม่ต้องคอยเป็นกังวลเรื่องการทรงตัวของรถ และขับขี่ได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 

  • วัยใดก็ได้ 

สำหรับอีกหนึ่งวัย ที่เหมาะกับการขับรถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อนั้น ได้แก่ วัยใดก็ได้ นั่นก็เพราะว่า รถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อ เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ง่ายต่อการขับขี่ เป็นรถขนาดเล็ก ที่ให้ความสะดวกสบายเฉกเช่นรถยนต์ ดังนั้น ไม่ว่าจะวัยไหนๆ ก็เหมาะกับการขับรถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าสามล้อมากที่สุด